โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ“คลองลัดโพธิ์”
คลองลัดโพธิ์เปนชื่อคลองเดิม อยูบริเวณ ต.ทรงคะนอง อ.พระประแดง เขตจังหวัด สมุทรปราการและ
กรุงเทพมหานคร เปนคลองลัดทางเหนือ-ใตของคุงน้ําของแมน้ําเจาพระยา แตมีสภาพตื้นเขิน มีความกวางเพียง
10-15 เมตร ความยาวราว 600 เมตร เนื่องจากสภาพของแมน้ําเจาพระยาเดิมที่มีลักษณะไหลวนคดเคี้ยวบริเวณ
รอบพื้นที่บริเวณบางกระเจานั้นมีความยาวถึง 18 กิโลเมตร นั้นทําใหการระบายน้ําที่ทวมพื้นที่ชั้นในของ
กรุงเทพมหานครเปนไปไดชา ไมทันเวลาน้ําทะเลหนุน พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวฯจึงมีพระราชดํารัส เมื่อวันที่
4 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ใหพัฒนาใชคลองลัดโพธิ์ เปนพื้นที่บริหารจัดการน้ํา เพื่อแกปญหาน้ําทวม
กรุงเทพมหานคร โดยยึดหลักการ "เบี่ยงน้ํา" ( Diversion) และทรงเสด็จพระราชดําเนินทางชลมารคไปทรงเปด
ประตูระบายน้ําคลองลัดโพธิ์ และทรงเปดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
โครงการพระราชดําริคลองลัดโพธิ์อยูภายใตการดูแลของหนวยงานหลัก 3 หนวยงานคือ กรมชลประทาน
กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ(กปร.) โดยใช
หลักการการระบายน้ําที่หลากและน้ําที่ทวมทางสองฝงของแมน้ําเจาพระยาลงสูทะเลทันทีในชวงกอนที่น้ําทะเล
หนุน และปดคลองลัดโพธิ์เมื่อน้ําทะเลหนุน เพื่อหนวงน้ําทะเลไมใหขึ้นลัดเลาะไปตามแนวแมน้ําเจาพระยาที่คด
โคงถึง 18 กิโลเมตรกอนซึ่งใชเวลามากจนถึงเวลาน้ําลง ทําใหไมสามารถขึ้นไปทวมตัวเมืองได นอกจากนั้นยังชวย
ลดเวลาการเดินทางของน้ําจาก 5 ชม.ใหเหลือเพียง 10 นาที เทานั้น
ประตูระบายน้ําคลองลัดโพธิ์ อันเนื่องมาจากพระราชดําริ มีศักยภาพในดานการผลิตไฟฟาดวยพลังน้ํา ซึ่ง
กรมชลประทาน ไดรวมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร ทําการศึกษาและวิจัย โดยการประดิษฐกังหันไฟฟาพลังน้ํา
ไหลตนแบบขึ้นมา 2 แบบ คือ แบบหมุนตามแนวแกน ( Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล ( Cross
Flow) โดยใชใบพัดตนแบบที่วิเคราะหและผลิตขึ้นแบบหมุนตามแนวแกนมีเสนผาศูนยกลาง 2 เมตร และใบพัด
แบบหมุนขวางการไหลมีเสนผาศูนยกลาง 1 เมตร ยาว 2.50 เมตร ที่ความเร็วน้ําออกแบบ 2 เมตรตอวินาที จะทํา
ใหไดกําลังไฟฟาสูงสุด 5 กิโลวัตต โดยไดดําเนินการประกอบและติดตั้งกังหันทั้ง ๒ แบบกับโครงเหล็กที่ปรับขึ้นลง
ไดบริเวณทายประตูระบายน้ําคลองลัดโพธิ์ เพื่อทําการทดลองผลิตกระแสไฟฟา ผลปรากฏวา ไดกําลังไฟฟา
สูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต สูงกวาที่ไดวิเคราะหและคํานวณออกแบบไว ตัวอาคารประตูระบายน้ําเปนคอนกรีตเสริม
เหล็ก มีชองประตูระบายน้ําที่ติดตั้งบานระบายน้ํา 4 ชอง กวางชองละ 14 เมตร โดยฤดูแลงจะปดบานระบายน้ํา
ตลอดฤดู สวนฤดูน้ําหลากปดบานประตูเมื่อน้ําทะเลกําลังขึ้น และเปดบานประตูในชวงที่น้ําทะเลกําลังลง เริ่ม
กอสรางเมื่อ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 ถึง มิถุนายน พ .ศ. 2548 มีงบประมาณ 509 ลานบาท ซึ่งนอกจากเปน
ประตูระบายน้ําแลว พระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ไดพระราชทานพระราชดําริใหพิจารณาใชพลังงานน้ําที่ระบาย
ผานคลองลัดโพธิ์ใหเปนพลังงานไฟฟา โดยออกแบบเปนกังหันพลังน้ําอาศัยพลังงานจลนจากความเร็วของ
กระแสน้ํา ติดตั้งบริเวณประตูระบายน้ําเพื่อผลิตกระแสไฟฟาพลังน้ํา ซึ่งไดกําลังไฟฟาสูงสุดที่ 5.74 กิโลวัตตตอวัน
หลังจากเปดใชงานโครงการ เมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะกอนมีโครงการ การศึกษาการตรวจสอบการ
ระบายน้ําของแมน้ําเจาพระยาบริเวณที่มีลักษณะทางกายภาพคลายคลึงกับโครงการคลองลัดโพธิ์จากสภาพจริง
และ ศึกษาแบบจําลองทางกายภาพ พบวาการไหลของน้ําจากปากคลองลัดโพธิ์ ความแรงของน้ําไมพุงกระทบถึง
ฝงซายของแมน้ําเจาพระยาดานตรงขามกับปลายคลองลัดโพธิ์ แตเกิดกระแสน้ําหมุนวนเขาหาฝงขวาของแมน้ํา
ดานใกลกับ ปลายคลองลัดโพธิ์และการเปดประตูระบายคลองลัดโพธิ์ เวลาน้ําลงจะทําใหระดับน้ําหนาปากคลอง
ลดลง ทําใหสามารถเพิ่มการระบายน้ํามากกวากรณีปดบานประมาณ 10- 30 เปอรเซ็นต ในชวงเวลาน้ําลง
ต่ําสุด ผลการศึกษาแบบจําลองคณิตศาสตรของแมน้ําเจาพระยา ชวงระยะจากศูนยศิลปาชีพบางไทร ถึงปาก
แมน้ําบริเวณปอมพระจุลจอมเกลา กรณีสมมุติเปนการไหลแบบคงที่คือระดับน้ําทะเลไมเปลี่ยนแปลง พบวาการ
เปดประตูระบายคลองลัดโพธิ์ทําใหระดับน้ําตลอดชวงระยะของลําน้ําแบบจําลองลดลง และกรณีการไหลแบบไม
คงที่ น้ําทะเลขึ้นลงสภาวะปกติ น้ําขึ้นสูงสุด + 1.30 ม.รทก. และลงต่ํา- 1.00 ม.รทก. ผลการจําลองการไหลใน
ชวงเวลา 24 ชั่วโมง พบวา การเปดประตูระบายน้ําคลองลัดโพธิ์ชวยใหระดับน้ําในแมน้ําเจาพระยาชวงระยะตั้งแต
ปากคลองถึงบางไทร รวมถึงบริเวณโคงออม ผานการทาเรือแหงประเทศไทย ลดลง สวนระดับน้ําดานปลายคลอง
ถึงปากแมน้ํามีระดับสูงขึ้นเล็กนอย เนื่องจากปริมาณน้ําไหลเพิ่มขึ้น แต สภาพลําน้ําตั้งแตปลายคลองลัดโพธิ์ถึง
ปากแมน้ํารูปตัดลําน้ํามีขนาดใหญ
นอกจากคลองลัดโพธิ์จะชวยปองกันเรื่องภัยน้ําทวมไดแลว ทุกวันนี้บริเวณละแวกคลองลัดโพธิ์ยังไดกลาย
มาเปนอีกหนึ่งแหลงทองเที่ยวของอําเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีความนาสนใจในการทองเที่ยว
เพราะบริเวณคลองลัดโพธิ์ไดจัดทําเปนสวนสาธารณะ ชื่อ “สวนสุขภาพลัดโพธิ์” ที่มีความรนรื่นดวยตนไมนอย
ใหญ ใหใชเปนสถานที่พักผอนหยอนใจ ออกกําลังกายไดอีกดวย
วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
วันพฤหัสบดีที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ที่มาของวันแม่
วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม
วันแม่แห่งชาติ ที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า วันแม่ ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับ วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือวันที่๑๒ สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ และถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติด้วย
ความหมายของดอกมะลิ
ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นระรื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางราชการให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมา
ประวัติวันแม่แห่งชาติ
แต่เดิมนั้น วันแม่แห่งชาติได้กำหนดเอาวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรองเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๓ ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่ มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นครั้งแรก เป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างออกไปได้ การจัดงานไม่เพียงแต่จัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีการประกวดแม่ของชาติ ประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่งๆ ขึ้น ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม (สมัยนั้น) แต่ทั่วไปเรียกกันว่า วันแม่ของชาติ
ดอกเอ๋ยดอกมะลิ
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน
เหมือนกมลสดใสหมดระคาย
ถึงยามผลิกลิ่นพราวสกาวต้น
สดสะอาดปราศสีราคีระคน
เหมือนกมลสดใสหมดระคาย
กลิ่นมะลิหอมกระไรไม่รู้สร่าง
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย
เปรียบได้อย่างรักแท้ไม่แปรหาย
อันรักแท้แลหัวใจได้บรรยาย
ขอเชิญทาย ณ ที่ไหนจากใครเอย
Blogger คืออะไร
Blog คืออะไร?
หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า Blog คืออะไร? แตกต่างจากไดอารี่ online ไหม? แล้วทำไมคำๆนี้ถึงมาแรงจัง ไปไหนๆก็มีแต่ Blog สรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่?
บล็อก (อังกฤษ: blog) หรือ เว็บล็อก (weblog) เป็นหน้าเว็บประเภทหนึ่ง ซึ่งคำว่า blog ย่อมาจากคำว่า weblog หรือ web log โดยคำว่า weblog นั้นมาจาก web (เวิลด์ไวด์เว็บ) และ log (ปูม, บันทึก) รวมกัน หมายถึง บันทึกบนเวิล์ดไวด์เว็บ นั่นเอง
ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย – Wikipedia
ในปัจจุบันบล็อก ถูกใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ฯลฯ และกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยขณะนี้ได้มีผู้ให้บริการบล็อกมากมาย ทั้งแบบให้บริการฟรี และเสียค่าใช้จ่าย – Wikipedia
สรุปง่ายๆ Blog ก็คือ Website รูปแบบหนึ่ง ที่มีการจัดเรียง “เรื่อง” หรือ post เรียงลำดับ โดยเรื่องใหม่จะอยู่บนสุด ส่วนเรื่องเก่าสุดก็จะอยู่ด้านล่างสุด
Blog อาจจะพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นของ ไดอารี่ online ก็เป็นได้ โดย Blog จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ได้ ไม่จำกัด ซึ่ง ไดอารี่ ก็ถือว่าเป็น Blog ในรูปแบบหนึ่ง
Blog ส่วนใหญมักจะเขียนโดยคนเพียงคนเดียว แต่ก็มีไม่น้อยที่เขียนเป็นกลุ่ม โดยอาจจะมีเรื่องราวเฉพาะไปที่ๆเรื่องประเภทเดียว หรือบางทีก็หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องราวที่เขียนขึ้นมานาน จะถูกเก็บรวบรวมเป็น Archives เก็บ ไว้ โดยมักจะแสดงผลเป็น link ในรูปแบบ วันเดือนปี เพื่อให้เราสามารถกดเข้าไปดูได้ ก็ไม่ต้องตกใจว่าที่หน้าแรกของ Blog บางทีก็มีเรื่องแสดงแค่ 10 เรื่องก็หมดแล้ว เพราะบางทีใน Archives อาจมีเรื่องอยู่ในนั้นอีกเป็นร้อยๆ โดยที่เราต้องเข้าไปดู
Blog มักจะมาคู่กับระบบ Comment ที่เปิดโอกาสให้คนอ่าน สามารถ Comment ข้อความต่อท้ายในเรื่องที่เรา post ได้ คล้ายๆรูปแบบของ Webboard ไม่ว่าจะเป็นติชม แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือบอกแหล่งข้อมูลใหม่ๆ หรืออาจจะแค่ทักทายเจ้าของ Blog
Blog อาจจะพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นของ ไดอารี่ online ก็เป็นได้ โดย Blog จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรก็ได้ ไม่จำกัด ซึ่ง ไดอารี่ ก็ถือว่าเป็น Blog ในรูปแบบหนึ่ง
Blog ส่วนใหญมักจะเขียนโดยคนเพียงคนเดียว แต่ก็มีไม่น้อยที่เขียนเป็นกลุ่ม โดยอาจจะมีเรื่องราวเฉพาะไปที่ๆเรื่องประเภทเดียว หรือบางทีก็หลากหลาย ซึ่งส่วนใหญ่เรื่องราวที่เขียนขึ้นมานาน จะถูกเก็บรวบรวมเป็น Archives เก็บ ไว้ โดยมักจะแสดงผลเป็น link ในรูปแบบ วันเดือนปี เพื่อให้เราสามารถกดเข้าไปดูได้ ก็ไม่ต้องตกใจว่าที่หน้าแรกของ Blog บางทีก็มีเรื่องแสดงแค่ 10 เรื่องก็หมดแล้ว เพราะบางทีใน Archives อาจมีเรื่องอยู่ในนั้นอีกเป็นร้อยๆ โดยที่เราต้องเข้าไปดู
Blog มักจะมาคู่กับระบบ Comment ที่เปิดโอกาสให้คนอ่าน สามารถ Comment ข้อความต่อท้ายในเรื่องที่เรา post ได้ คล้ายๆรูปแบบของ Webboard ไม่ว่าจะเป็นติชม แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม หรือบอกแหล่งข้อมูลใหม่ๆ หรืออาจจะแค่ทักทายเจ้าของ Blog
ขอขอบคุณแหล่งที่มาแหล่งนี้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)